ตุลาคม 26, 2014, 12:29:03 AM

ผู้เขียน หัวข้อ: การใช้รองเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน  (อ่าน 5222 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

รัชเดช

  • พัฒนาการเกิดจากจินตนาการ
  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 69
  • cyber man
    • ดูรายละเอียด
    • เว็บส่วนตัว
  • ตำแหน่ง: เจ้าพนักงานธุรการ
  • สังกัด: งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
การใช้รองเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน
« เมื่อ: สิงหาคม 20, 2010, 01:14:10 PM »
ชื่อเรื่อง  การศึกษาผลการใช้กายอุปกรณ์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
โรงพยาบาลสิรินธร  จังหวัดขอนแก่น
ชื่อผู้ดำเนินการศึกษา  นายสราวุฒิ  คณะไชย              ช่างกายอุปกรณ์ 6               
                                               
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา       
สถานการณ์ปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทย  มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงจากโรคติดต่อ  เป็นโรคไม่ติดต่อมากขึ้น เนื่องจากสภาพสังคมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก  เช่น  ภาวะเครียดจากปัญหาด้านเศรษฐกิจ  การขาดการดูแลเอาใจใส่สุขภาพตนเอง  การมีพฤติกรรมบริโภคที่ไม่ถูกต้อง เป็นต้น  เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อมากขึ้น
ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้น พบคนไทยในวัยทำงาน 100 คน เป็นเบาหวาน 4-5 คนส่วนมากอยู่ในวัยกลางคนและสูงอายุ(กรมการแพทย์ กระทรวงสารณสุข,2549) ผลกระทบและความรุนแรงจากโรคเบาหวานส่งผลให้ผู้ป่วยมีความพิการ อาทิ มือ เท้าชา บาดแผลและเกิดการผิดรูปของมือเท้าเพิ่มมากขึ้น บางรายเกิดความพิการซ้ำซ้อนตามมาเป็นเหตุให้ตัดอวัยวะสูญเสียการใช้งาน ความพิการที่เท้าในผู้ป่วยที่พบ  อันเนื่องมาจากเส้นประสาทที่เลี้ยงเท้าถูกทำลายนั้นในอาการเริ่มแรกนั้นคือ เท้าชาสูญเสียความรู้สึกทั้งด้านหลังเท้าและใต้ฝ่าเท้า การรับรู้ความร้อนเย็นหรือเจ็บปวดเสียไป ผลที่ตามมาทำให้เท้าแห้งเกิดหนังแข็ง (Calus) แผล (Plantar Ulcer) เท้าตกหรือบิดผิดรูปแผลที่เรื้อรังก็จะทำให้เท้ากุดและหดสั้น  สูญเสียอวัยวะส่วนนั้นไปในที่สุด(สมเกรียติ  มหาอุดมพร,2540) ในขณะที่เท้าไม่รู้สึกผู้ป่วยจึงไม่ได้สังเกตตนเองว่าเท้านั้นมีแผล ซึ่งอาจเกิดจากเท้าบีบหรืออันตรายจากเหยียบของมีคมจนกระทั่งเป็นแผลใหญ่ขึ้นเมื่อมีแผล แผลนั้นก็จะไม่หายหรือรักษาหายแล้วกลับเป็นอีกเพราะมีเส้นเลือดตีบตันหรือเส้นประสาทเท้าเสื่อม(ไวกูณฐ์  สถาปนาวัตร,2544) ซึ่งผู้ป่วยเบาหวาน 1 ใน 6 ราย จะเกิดปัญหาแผลที่เท้า ตำแหน่งที่พบว่าเกิดแผลได้บ่อย เช่น โคนนิ้วเท้าและบริเวณกระดูกฝ่าเท้า แผลที่เท้า เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญของโรคเบาหวาน เนื่องจากแผลที่เกิดขึ้นจะเป็นทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายและยังสามารถลุกลามขึ้นไปที่ขาได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะติดเชื้ออย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ผู้ป่วยเบาหวานจำนวนไม่น้อยต้องถูกตัดขาเพื่อกำจัดการติดเชื้อที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงซึ่งลกลามมาจากแผลเพียงขนาดเล็กๆ เท่านั้น (อนุวัตน์  ดวงประทีป, 2549) จากปัญหาความพิการที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดแผลและการตัดเท้าคือเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม (Periphereal Neuropathy) เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวานจะมีโอกาสเกิดแผลสูงถึง 6-8 เท่าของผู้ป่วยเบาหวานทั่วไป รวมทั้งมีโอกาสในการถูกตัดเท้าสูงกว่าปกติถึง2-15 เท่า(เทพ หิมะทองคำ,เอกสารโครงการฝึกอบรมผู้จัดกิจกรรมค่ายเบาหวาน)  จากข้อมูล พบว่า 70% ของผู้ที่ถูกตัดขาจะเป็นผู้ป่วยเบาหวานโดยทุกๆ 30 วินาทีจะต้องมีผู้ป่วยเบาหวานที่ใดที่หนึ่งในโลกนี้ต้องถูกตัดขา   ผู้ป่วยเบาหวานมีอัตราการถูกตัดขาประมาณ 15-40 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ต้องถูกตัดขาที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน  ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องถูกตัดขาเกือบทั้งหมดมักจะเริ่มจากการมีแผลที่เท้า  และ 68%  ของผู้ป่วยเบาหวานจะต้องถูกตัดขาอีกข้างตามมา ในระยะเวลา 5 ปี หลังจากถูกตัดขาครั้งแรก (อนุวัตน์  ดวงประทีป, 2549)
เท้าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกายที่มีความสำคัญคนเราต้องใช้เท้าในการเดินทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ทุกวัน การดูแลเท้าเบาหวานที่สมบรูณ์ ไม่ควรรอจนเกิดแผลแล้วจึงจะไปพบแพทย์ เพราะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ การรักษาที่ถูกต้องจะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ว่าทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดแผล(ไวกูณฐ์ สถาปนาวัตร,2544) การเกิดแผลเบาหวานโดยเฉพาะที่เท้าสามารถป้องกันได้ เป้าหมายหลักในการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานคือ ลดอัตราการเกิดแผลและการตัดเท้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการค้นหาผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลที่เท้าและให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน การดูแลสุขภาพเท้า รวมถึงแนะนำการเลือกรองเท้าที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการดูแลเท้าด้วยตนเอง(Self Foot Care) การให้คำแนะนำการดูแลรักษาเท้าอย่างถูกต้องจะเป็นการช่วยป้องกันและลดปัญหาความพิการได้       (เทพ หิมะทองคำ,เอกสารโครงการฝึกอบรมผู้จัดกิจกรรมค่ายเบาหวาน) การเกิดแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวานนับว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยต้องทุพพลภาพและอาจถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตจากการติดเชื้อ เกิดความสิ้นเปลืองทางเศรษฐกิจอย่างมากในการดูแลรักษา การปรับแก้ไขหรือตัดรองเท้าชนิดพิเศษหรือการทำแผ่นรองฝ่าเท้า เพื่อป้องกันบริเวณที่เกิดแผลจากการกดและเป็นการช่วยลดแรงกดบริเวณแผลเพื่อให้หายเร็วขึ้น (อนุวัตน์ ดวงประทีป,2549)รองเท้าถือได้ว่าเป็นหัวใจของการดูแลเท้าเบาหวานที่สำคัญไม่น้อยไปกว่า การควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ผู้ป่วยเบาหวานมักจะประสบปัญหาเท้าชา ทำให้เท้าไม่ค่อยมีความรู้สึกเมื่อเกิดเนื้อเยื่อที่เท้าบาดเจ็บ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดแผลเรื้อรังหรือเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงกว่าคนปกติ ผู้ป่วยเบาหวานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรได้รับความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงในการก่อให้เกิดแผลที่เท้าและวิธีการดูแลรักษาเท้าตนเองอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงความสำคัญของการใช้รองเท้าที่ถูกต้องและเหมาะสม นับตั่งแต่ผู้ป่วยที่มีอาการเท้าชา จึงควรได้รับการแนะนำการใช้รองเท้าและกายอุปกรณ์ฯเพื่อป้องกันความพิการที่จะเกิดตามมา
จากหลักการดังกล่าว ได้ดำเนินการศึกษาผลการใช้กายอุปกรณ์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน กลุ่มที่มารับบริการ งาน
คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลสิรินธร  จังหวัดขอนแก่น ในปีงบประมาณ 2551 เพื่อศึกษาผลการใช้งานกายอุปกรณ์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีอาการเท้าชา เท้ามีแผล เท้ามีความพิการผิดรูปและผู้ป่วยที่ตัดนิ้วเท้า ตัดขา และติดตามผลการใช้งานภายหลังที่ได้รับกายอุปกรณ์นั้น  โดยได้ออกแบบและปรับปรุงรูปแบบกายอุปกรณ์ฯและรองเท้าที่ผลิตขึ้น ตามหลักการที่ได้ศึกษาเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการป้องกันความพิการที่เท้าผู้ป่วยเบาหวานให้มีประสิทธิภาพ  ต่อไป

วัตถุประสงค์
เพื่อศึกษาผลการใช้กายอุปกรณ์ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีอาการเท้าชา เท้ามีแผล เท้ามีความพิการผิดรูปและ
ผู้ป่วยที่ตัดนิ้วเท้า ตัดขา และติดตามผลการใช้งานภายหลังที่ได้รับกายอุปกรณ์

ขอบเขตการศึกษา
                ผู้ป่วยโรคเบาหวาน กลุ่มที่มารับบริการงานคลินิกเบาหวาน รับบริการด้านกายอุปกรณ์ฯและรองเท้าที่ผลิตขึ้น ณ โรงพยาบาลสิรินธร  จังหวัดขอนแก่น ในปีงบประมาณ 2551  จำนวน 144 คน
  วิธีการดำเนินการ
เป็นการศึกษาผลการใช้กายอุปกรณ์ฯในผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 144 คนที่มีอาการเท้าชา เท้ามีแผล เท้ามี
ความพิการผิดรูปและผู้ป่วยที่ตัดนิ้วเท้า ตัดขา โดยได้ออกแบบและปรับปรุงรูปแบบกายอุปกรณ์ฯและรองเท้าที่ผลิตขึ้น เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการป้องกันความพิการที่เท้าผู้ป่วยเบาหวานและติดตามผลการใช้งานภายหลังที่ได้รับกายอุปกรณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงพรรณนา อัตราส่วนร้อยละในการอธิบายผลที่เกิดขึ้นจากการใช้กายอุปกรณ์ฯตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2550 ถึงเดือนกันยายน 2551
               
ผลการดำเนินงาน
                จากการติดตามผลการให้บริการกายอุปกรณ์ในผู้ป่วยเบาหวาน ระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึง เดือนกันยายน 2551 พบว่า มีผู้รับบริการกายอุปกรณ์และรับการติดตามผลการใช้งาน จำนวนรวม 144 ราย แยกเป็นเพศชาย 57 คน เพศหญิง 87 คน ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง  65-69 ปี จำนวน 26 คน และอายุ 55-59 ปี จำนวน 24 คนตามลำดับ มีความผิดปกติ ลักษณะความพิการที่เท้า พบว่า เท้ามีอาการชาบริเวณฝ่าเท้า รอยหนังแข็งข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง จำนวน 73 ราย คิดเป็นร้อยละ 50.6 เท้ามีแผล จำนวน 36 ราย คิดเป็นร้อยละ 25 เท้ามีอาการบิดผิดรูป จำนวน 30 ราย คิดเป็นร้อยละ 20.8 ถูกตัดนิ้วเท้าและขา จำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 3.4
ในการรับการบริการด้านกายอุปกรณ์ฯแยกตามชนิดและประเภท ดังนี้ รับรองเท้าพื้นนุ่ม(Simple sandal) จำนวน 88 ราย รองเท้าหล่อพื้นพิเศษ(Moulded Shoe) จำนวน 47 ราย  การเสริมซับในนุ่ม (Shoe Insert) จำนวน 21 ราย ขาเทียมชนิดใต้เข่า จำนวน  3 ราย และกายอุปกรณ์ อื่นๆ อาทิแผ่นคลุมตาตุ่ม ฟองน้ารองด้ามจับอุปกรณ์ใช้งาน สิ่งอำนวยความสะดวก จำนวน 6 ราย ซึ่งผู้ป่วยบางรายที่มารับบริการมีการใช้กายอุปกรณ์เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อตนเองมากกว่า 1 รายการ

ผลการติดตามผลการใช้งานกายอุปกรณ์
                การติดตามผลภายหลังการใช้งานกายอุปกรณ์ มีการติดตามผู้ที่มารับบริการเป็นระยะ ในบางรายที่มีความเสี่ยงที่ต่อการเกิดแผลและการใช้กายอุปกรณ์ที่มีลักษณะเฉพาะราย จะมีการนัดหมายการติดตามทุก 2-3 สัปดาห์เพื่อรับการติดตามผลการใช้งานและการปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานกายอุปกรณ์ฯที่ใช้ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานและมีผลดีต่อการรักษา ตั่งแต่ระหว่างเดือนตุลาคม 2550 ถึง เดือนกันยายน 2551 พบว่า ส่วนใหญ่มีการใช้งานเป็นประจำและใช้อย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยบางรายมารับบริการทำกายอุปกรณ์เพิ่มเมื่อของเดิมชำรุด การติดตามผลในกลุ่มผู้ป่วยเท้าชา จำนวน 73 ราย พบว่าไม่เกิดอาการมีแผลบริเวณฝ่าเท้าเพิ่มขึ้น จำนวน 68 ราย คิดเป็นร้อยละ 93.1 และในกลุ่มผู้ป่วยเท้าชา เกิดอาการมีแผลบริเวณฝ่าเท้าจากสาเหตุอื่นๆ อาทิเช่น ถูกของแหลมคม มีเกิดแผลจากเสียดสีของสายรัดรองเท้า อื่นๆ จำนวน 5 ราย คิดเป็นร้อยละ 6.8
ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีแผลบริเวณฝ่าเท้า จำนวน 36 ราย มีอาการหายใกล้เคียงปกติ จำนวน 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 36.1 ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีแผลบริเวณฝ่าเท้า มีอาการที่ดีขึ้น จำนวน 19 ราย คิดเป็นร้อยละ 52.7 และในกลุ่มผู้ป่วยที่มีแผลบริเวณฝ่าเท้าอาการแผลขนาดคงที่ ไม่มีผลต่อการรักษา จำนวน 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.1
                ในกลุ่มผู้ป่วยเท้ามีอาการบิดผิดรูป จำนวน 30 ราย พบว่าไม่เกิดอาการมีแผลบริเวณฝ่าเท้าเพิ่มขึ้น จำนวน 27 ราย คิดเป็นร้อยละ 90 และเกิดอาการมีหนังแข็ง รอยแผลบริเวณฝ่าเท้าเพิ่มขึ้น จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 10

สรุปและอภิปรายผลการดำเนินงาน
                จากการติดตามผลการให้บริการกายอุปกรณ์ในผู้ป่วยเบาหวาน พบว่า มีผู้รับบริการกายอุปกรณ์และรับการติดตามผลการใช้งาน จำนวนรวม 144 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ระหว่าง  65-69 ปี มีความผิดปกติ ลักษณะความพิการที่เท้า พบว่า เท้ามีอาการชาบริเวณฝ่าเท้า รอยหนังแข็งข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง เท้ามีแผล และเท้ามีอาการบิดผิดรูป ส่วนหนึ่งถูกตัดนิ้วเท้าและขา ที่มีผลกระทบจากโรคเบาหวาน
ในการรับการบริการด้านกายอุปกรณ์ฯ กลุ่มผู้ป่วยเท้าชาได้พิจารณาให้รองเท้าพื้นนุ่ม(Simple sandal) ส่วนที่มีความผิดปกติ ลักษณะความพิการที่บริเวณฝ่าเท้า รอยหนังแข็ง เท้ามีแผล และเท้ามีอาการบิดผิดรูป ถูกตัดนิ้วเท้า ให้รองเท้าหล่อพื้นพิเศษ(Moulded Shoe) และการเสริมซับในนุ่ม (Shoe Insert) ตามความเหมาะสมการใช้งาน ตลอดจนกายอุปกรณ์ อื่นๆ อาทิ ขาเทียมชนิดใต้เข่า แผ่นคลุมตาตุ่ม ฟองน้ารองด้ามจับอุปกรณ์ใช้งาน สิ่งอำนวยความสะดวก ทำให้ผู้ป่วยมีการใช้กายอุปกรณ์เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อตนเองส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
มีการติดตามผลการใช้งานและการปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานกายอุปกรณ์ฯให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานและมีผลดีต่อการรักษา ส่วนใหญ่มีการใช้งานเป็นประจำและใช้อย่างต่อเนื่อง มารับบริการทำกายอุปกรณ์เพิ่มเมื่อของเดิมชำรุด แสดงถึงผู้ป่วยมีความพอใจและรับรู้ถึงประโยชน์การใช้งาน ในการติดตามผลในกลุ่มผู้ป่วยเท้าชาส่วนใหญ่ไม่พบการเกิดอาการมีแผลบริเวณฝ่าเท้าเพิ่มขึ้น ในกลุ่มที่มีแผลบริเวณฝ่าเท้า มีอาการที่ดียิ่งขึ้น ส่วนที่มีแผลบริเวณฝ่าเท้ายังมีอาการแผลขนาดคงที่ส่งผลที่ดีต่อการรักษาและการวินิจฉัยการรักษาต่อไป บางรายที่เกิดอาการมีแผลบริเวณฝ่าเท้าจากสาเหตุอื่นๆทำให้ทราบกายอุปกรณ์ มีความเหมาะสมต่อการใช้งาน รูปแบบ วัสดุส่วนประกอบของกายอุปกรณ์ และมีผลดีต่อการเลือกใช้และการพัฒนาคุณภาพรูปแบบชิ้นงานต่อไป

ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ
                1. การพิจารณาให้กายอุปกรณ์ฯ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆแก่ผู้ป่วยเบาหวานควรพิจารณาให้มีความครอบคลุมถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยการประเมิน จากการรวบรวมข้อมูล การสอบถาม การสังเกตการใช้งานอวัยวะความพิการที่เป็นอยู่ เพื่อประกอบการพิจารณาการใช้งานที่เหมาะสม จากการศึกษาเห็นว่าผู้ป่วยเบาหวานทุกรายควรจะได้รับการให้คำแนะนำ ความรู้และกายอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อป้องกันความพิการ
2. การออกแบบ การผลิตชิ้นงานเพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพความพิการ เช่นเท้ามีแผล และเท้ามีอาการบิดผิดรูป ทำได้ค่อนข้างยาก ผู้ป่วย/ผู้ใช้มีความเขินอาย ไม่เป็นปกติเหมือนรองเท้าคนทั่วไป ทำให้ไม่มีความต้องการใช้ ไม่เห็นคุณค่า ต้องพยายามให้คำแนะนำผู้ใช้ถึงประโยชน์ความจำเป็นต่อการใช้งาน
3. ควรกระตุ้นส่งเสริมการใช้รองเท้าโดยการดัดแปลงนำรองเท้าสำเร็จรูปที่ได้รับความนิยมในท้องตลาด มาเสริมซับในนุ่มด้วยพื้นฟองน้ำนุ่ม และการทำ Moulded Insoleเพื่อให้ผู้ป่วยมีการยอมรับและต้องการใช้ ยิ่งขึ้น
4. วัสดุและอุปกรณ์ส่วนประกอบในการผลิตชิ้นงาน ส่วนใหญ่มีมูลค่าสูงมีผลต่อการคิดต้นทุนการผลิตและส่งเสริมการขายสินค้า/บริการ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้รับบริการที่ไม่มีสิทธิบัตรขอรับบริการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในพื้นที่ที่ให้บริการ และหน่วยงานที่มีงบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอ
5. การใช้กายอุปกรณ์ควรมีการติดตามผลการใช้งาน ภายหลังการที่ได้รับและการใช้งานกายอุปกรณ์นั้น โดยเฉพาะการติดตามในรายที่มีความเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดแผลและการใช้กายอุปกรณ์ที่มีลักษณะเฉพาะราย ควรจะมีการนัดหมายการติดตามบ่อยครั้งทุกๆ 2-3 สัปดาห์ เพื่อรับการติดตามผลการใช้งานและการปรับปรุงแก้ไขชิ้นงานกายอุปกรณ์ฯที่ใช้ให้มีความเหมาะสมต่อการใช้งานและมีผลดีต่อการรักษา แต่มีอุปสรรคในการเดินทางมาพบตามนัดหมายที่โรงพยาบาล เช่น มีค่าใช้จ่าย มีญาติผู้ติดตามดูแลและความไม่สะดวกในการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย
6. ควรส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะผู้ปฏิบัติ เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพสิ่งประดิษฐ์ และผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเบาหวานให้ดียิ่งขึ้น
7. ควรทำการศึกษาวิจัยในเชิงการทดลองการเปรียบเทียบอัตราการหายและเกิดของแผล ปัจจัยการเกิดแผลในแต่ระดับของความพิการและต้นทุนการให้บริการผู้ป่วยเบาหวานที่มีความพิการเปรียบเทียบกับความคุ้มค่าประสิทธิผลการให้บริการ เพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนางานบริการต่อไป

บรรณานุกรม
กุลภา  ศรีสวัสดิ์. ปัญหาของเท้าที่พบบ่อย. เอกสารการอบรมการประชุมวิชาการช่างกายอุปกรณ์ แห่งประเทศไทย
ประจำปี 2550.มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี. เชียงใหม่:2550
ไวกูณฐ์ สถาปนาวัตร. ทำอย่างไรจะไม่ตัดขาเมื่อรู้ว่าเป็นเบาหวาน.หน้าต่างสู่โรคกว้าง จำกัด. กรุงเทพฯ:2544
สมเกียรติ  มหาอุดมพร. เอกสารการอบรมการดูแลเท้าเาหวาน. พิมพ์เผยแพร่โดยโรงพยาบาลพระประแดง. 
สมุทรปราการ:2544
เทพ หิมะทองคำ. การดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน.เอกสารโครงการฝึกอบรมผู้จัดกิจกรรมค่ายเบาหวาน.โรงพยาบาล
เทพธารินทร์.สมุทรปราการ :2549
อนุวัตน์ ดวงประทีป.2549. โรคเบาหวาน. จุลสารชมรมช่างกายอุปกรณ์ แห่งประเทศไทย. ฉบับที่ 4 ประจำเดือน
ตุลาคม- ธันวาคม. เชียงใหม่ :2549
กรมการแพทย์ กระทรวงสารณสุข. เอกสารสื่ออิเล็คทรอนิก Internet. กรุงเทพฯ:2549
Fritschi  E.P. Footwear  For  Anaesthetic Feet. Thangaraj R.H., New Delhi :1983 
                         

 


SimplePortal 2.3.2 © 2008-2010, SimplePortal